ข้อคิด, แนวคิดทางการตลาดและความสำเร็จ

หลักคิด และการบริหารงานและ ข้อคิด “บิล เกลต์”

บทความนี้จะรวบรวมข้อคิดที่ “บิล เกลต์” ได้เคยบอกไว้

การเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ที่จะมองเห็นได้ว่าอะไรที่จะเป็นไปได้ และลงมือแปลงวิสัยทัศน์ดังกล่าวให้เป็นจริง

 

คนหนุ่มสาวจะมีความตั้งใจในการเรียนรู้มากกว่าและมักจะมีแนวความคิดที่แปลกใหม่อยู่เสมอ…

 

เราคงมีความเห็นตรงกันและเราก็โต้แย้งกันบ้างเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ เราทั้งสองคนเชื่อว่ายังมีโอกาสที่ดีในการขยายงานในอีก 20 ปีข้างหน้ามากว่าโอกาสเมื่อ 20ปี ที่แล้วเสียด้วยซ้ำ

 

อย่าปล่อยให้อะไรเสียไปเปล่าๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลา

 

มีวัฎจักรเดียวเท่านั้น คือ หากคุณกำลังจะค้นหาสินค้าใหม่ๆ คุณจะต้องสร้างบรรยากาศที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

 

เรามีความคิดที่ยักษ์ใหญ่ ในยุคนั้นคิดไม่ถึงเราคิดอยู่เสมอว่าเรายังขาดอะไรที่จะทำให้เรารักษาความเป็นผู้นำไว้ได้

 

ขอแถมด้วยบทความ หลักคิด และการบริหารงาน

ถึงแม้ “บิล เกตส์” ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์จะมีอายุล่วงเข้าสู่วัย 50 กว่าปีแล้วหากแต่เขายังชอยที่จะจ้างพนักงานที่มีอายุน้อย ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว พนักงานของไมโครซอฟต์จะมีอายุ 34.3 ปี

นิตรสารฟอร์จูนเคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่า

“บิล เกตส์ไม่เคยพยายามที่จะรับความดีความชอบแต่เพียงผู้เดียวกับความสำเร็จของ ไมโครซอฟต์”

เขาเต็มใจ ที่จะยกความดีความชอบทั้งหมด ให้กับความสามารถของผู้ร่วมงานของเขา ซึ่งเขาคิดว่ามันน่าจะเหมาะสมกว่า ซึ่งถือว่า ไมโครซอฟต์โชคดีที่มีผู้นำที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็น “อัจฉริยบุคคล” ผู้ซึ่งมีสายตาอันกว้างไกลและให้การยอมรับ อัจฉริยบุคคลอื่นๆ และสิ่งนี้ ก็เป็นสิ่งที่ บิล เกตส์ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

การสร้างยอดคนให้ “เก่งงาน”

“สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจ จากการสังเกตการณ์ทำงานที่นั่นไม่ใช่ส่วนแบ่งในตลาดของบริษัทนี้ แต่เป็นความทุ่มเทในการทำงาน อย่างจริงจัง ผมไม่เคยเห็นป้ายที่สั่งให้พนักงาน ‘จงคิด!’ เหมือนบนผนังของ ไอบีเอ็ม แต่ การคิด ได้ซึมซาบอยู่ในสายเลือดของไมโครซอฟต์ตลอดเวลา บริษัทแห่งนี้เป็นสถานที่ของคนเก่งการบริหารเยี่ยม และมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา”

บิล เกตส์เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ และกล่าวไว้ว่า ไมโครซอฟต์โชคดีที่สามารถว่าจ้างคนที่มีความสามารถได้ทันทีหลังจากที่จบจากมหาวิทยาลัย ซึ่งมีผู้หญิงอยู่หลายคน ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ทำงาน ในไมโครซอฟต์ ทำงานในแผนกการตลาดและการบริหารโครงการ ส่วนในแผนเขียนโปรแกรมจะมีผู้หญิง เพียงร้อยละ 20 ซึ่งจัดว่า เป็น อัตราที่สูงกว่าสัดส่วนของผู้หญิงที่เรียน คอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัย ต่างๆ ที่ไมโครซอฟต์ รับผู้ที่จบการศึกษาเข้ามาทำงาน แต่กระนั้นสัดส่วนนี้ยังต่ำกว่าที่ไมโครซอฟต์ตั้งเป้าไว้

บิล เกตส์ ได้ทำให้พนักงานของไมโครซอฟต์ ประมาณ 1,200 คน กลายเป็นเศรษฐีเงินล้าน แต่บางคนกล่าวว่าอาจจะมีถึง 3,000 คน ถ้าคุณไม่ได้เป็นพวกหัวใยจักรคุณจะไม่ร่ำรวยโดยการทำงานกับไมโครซอฟต์ ในความเป็นจริง คุณอาจจะทำงานที่นั่น โดยไม่มีงานที่แท้จริงทำก็ได้

 

การรวมตัวของกลุ่ม “มันสมอง”

กลุ่มหัวใบจักรจะมีผู้นำเป็นพวกชาวไมโครซอฟต์ที่มีตำแหน่งสูงกว่า เขาเป็นสมาชิกของพวกมันสมอง ที่เชื่อถือได้ โดย เกตส์ กล่าวว่า

“คนเหล่านี้ เป็นคนที่ฉลาดปราดเปรื่องอย่างพิเศษ เขาเจริญเติมโตมาพร้อมๆ กับกิจการของเรา ทีมงานนี้เป็นทีมที่น่าอัศจรรย์ พวกเขาไม่เคยพยายาม เรียกร้องหรือสนใจในเรื่องของตำแหน่ง หรือแม้กระทั่งเรื่องที่ว่าบุคคลภายนอกจะมองพวกเขาอย่างไร”

ผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟต์อย่างน้อย 10 กว่าคน ได้ทำงานกับบริษัทมาเป็นเวลาหลายปี

แต่บุคคลที่โดเด่นที่สุดในกลุ่มคือ พอล อัลเลน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท (ปัจจุบันเป็นกรรมการ) สตีฟ บัลเมอร์ ทายาทในตำแหน่งของเกตส์ และนาธาน ไมร์วอลด์ หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีใหม่ๆ และเคย์ นิชิ ชาวญี่ปุ่น ที่เคยเป็ฯสมาชิกของกลุ่ม มันสมองนี้ แต่ได้แตกแยกกับเกตส์ ไปเมื่อเหลายปีก่อน

 

พอล อัลเลน ไม่ได้ทำงานเต็มเวลาที่ไมโครซอฟต์ตั้งแต่ปี 1983 หลังจากได้รับการวินัจฉัยว่าเป็น โรคฮอดกิน อัลเลนก็ได้รับยกย่อง ตั้งแต่สมัยเริ่มบริษัทว่า เป็นคนทมี่สร้างความสมดุลให้กับความคิดที่ค่อนข้างรุ่นแรง ของเกตส์ ด้วยความเชี่ยวชาญทางด้าน เทคนิค และ วิสัยทัศน์ในการมองการณไกลของเขา

เกตส์พูดถึงอัลเลนว่า… “ผมค่อนข้างจะก้าวร้าวและแข่งขันอย่างบ้าคลั่งในการดำเนินธุรกิจไปวันต่อวัน ในขณะที่พอลช่วย ให้เราก้าวหน้าด้วยการ ค้นคล้า และพัฒนา”

มีรายงานกล่าวว่า ในบางครี่งเกตส์และอัลเลนก็ฉุนเฉียวใส่กันแต่เกตส์พูดว่า

“เราคงมีความเห็นตรงกัน โต้แย้งเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น”

นิตยสารไทม์เคยเปรียบเทียบบิล เกตส์ว่า

เป็นดั่งกษัตริย์อาเธอร์แห่งยุควิทยาศาสตร์สารนิเทศโดยมีสตีฟ บัลเมอร์ และนาธาน ไมร์วอลด์ เป็นเสมือนสองขั้ว ที่แตกต่างกันกับบุคลิกของเกตส์ ทางด้านบัลเมอร์นั้น พูดจานุ่มนวลและมีความรอบรู้ ประหนึ่งลาซาลอท ส่วนไมร์วอลด์เป็นเสมือนดั่ง เมอร์ลิน แห่งเทคโนโลยี

บัลเมอร์และเกตส์ เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนที่ฮาร์วาร์ด เมื่อเขาทั้งสองคนไปดูภาพยนตร์ที่ฉายควบกันเรื่อง A Clock Work Orange และ Singin’ In tje Rain ด้วยกัน ในเรื่อง ผู้ร้ายจอมโหดได้ฮัมเพลงไตเติ้ลของหนังเรื่องหลังในระหว่างที่จับศีรษะคนมากระแทกกัน

บัลเมอร์ไม่ได้ชำนาญด้านเทคนิคในการเขียนรหัส แต่เขาได้รับปริญญาตรีวิชาเอกคณิตศาสตร์ และเป็นพ่อมดไฟแรงในธุรกิจเกตส์ มองว่าบัลเบอร์ ผู้ซึ่งชอบ ที่จะตะโกนและทุบฝาผนังเพื่อให้คนเห็นประเด็นของเขา เป็นที่ปรึกษาและเป็นเพื่อนที่สนิท ที่สุดคนหนึ่งของเขา นิตยสารฟอร์บส์ เรียกบัลเมอร์ว่าเป็น “คู่หู” ของ เกตส์ และเป็น “คนที่คอยเตือนสติ” เข้าด้วย

บทความทั้งหมดนี้ ได้รับการสนับสนุนจากเว็บดูหนังออนไลน์ Allnung.com ซึ่งถือว่าเป็นเว็บดูหนังออนไลน์ที่มีคุณภาพมาก กว่าทุกๆเว็บในประเทศไทย สามารถกดเข้าลิ้งเพื่อเข้าชมภาพยนต์ได้เลย ดูหนัง